การเทรดดูเหมือนจะง่ายมาก คิดดูสิ ราคามีแค่ขึ้นกับลง แค่เลือกทิศทางให้ถูก แล้วนั่งรอเงินไหลเข้ากระเป๋า ใช่ไหม? เอาเข้าจริงแล้ว มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
โลกของการเทรดเต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์สำหรับคนที่มีความฝันใหญ่แต่เตรียมตัวมาน้อย ถ้าเตรียมตัวไม่ดีพอ คุณจะมองไม่เห็นว่าความผิดพลาดในการเทรดคือส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ที่จะหล่อหลอมให้คุณกลายเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จได้
Martin Schwartz เทรดเดอร์ระดับตำนานแห่ง Wall Street เล่าทั้งช่วงรุ่งและช่วงร่วงของเส้นทางการเทรดของเขาไว้ในหนังสือ 'Pit Bull: Lessons from Wall Street's Champion Day Trader' ด้วยสไตล์จัดจ้านตามแบบฉบับของเขา เขาเล่าว่าเคยขาดทุน 10,000 ดอลลาร์ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังเปิดเทรดครั้งแรกในชีวิต
แต่สิ่งที่พิเศษของหนังสือเล่มนี้คือ Schwartz เปิดใจพูดถึงความผิดพลาดในการเทรดที่ตัวเองเคยทำอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะช่วงที่ยังเป็นมือใหม่หัดเทรด เขาเล่าละเอียดว่าเรียนรู้และแก้ไขข้อผิดพลาดเหล่านั้นอย่างไร จากนั้นที่เหลือก็เป็นประวัติศาสตร์ เมื่อเขากลายเป็นหนึ่งในเทรดเดอร์ที่เก่งและโด่งดังที่สุดในโลก
หนังสือของ Schwartz จึงเป็นคู่มืออ้างอิงที่ใช้งานได้จริงเกี่ยวกับข้อผิดพลาดในการเทรดที่พบบ่อยที่สุด และไม่ต้องสงสัยเลยว่าเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ — ถ้าไม่ใช่ทุกคน — เคยทำหรือกำลังทำผิดพลาดแบบเดียวกันอยู่ไม่ช่วงใดก็ช่วงหนึ่ง
การทำพลาดในการเทรดเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเทรดเดอร์ทุกคน ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มเทรดหรือเทรดในตลาดมานานหลายปี โอกาสที่คุณจะทำผิดพลาดตามแบบฉบับเทรดเดอร์ทั่วไปก็ยังมีอยู่เสมอ
ข้อผิดพลาดบางอย่างมีราคาแพงกว่าข้ออื่น และความจริงก็คือบางข้อยอมรับได้ยากมาก สำหรับเทรดเดอร์บางคน การมองข้ามความผิดพลาดแล้วทำซ้ำแล้วซ้ำอีก อาจเป็นเส้นแบ่งระหว่างการเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จกับเทรดเดอร์ที่ขาดทุน
เพื่อช่วยทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมือเก๋า เราได้รวบรวมรายการข้อผิดพลาดในการเทรดที่พบบ่อยที่สุดไว้ดังนี้
1. เทรดโดยไม่มีแผนการเทรด
คุณมีแผนการเทรดหรือยัง? ถ้ายังไม่มี ถึงเวลาต้องมีแล้ว และจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือถามตัวเองว่าคุณเทรดไปเพื่ออะไร
เทรดเพราะอยากหารายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ? อยากทำเป็นอาชีพ? หรือแค่ลองดูเล่น ๆ? ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไร เป้าหมายของคุณจะช่วยกำหนดทิศทางวิธีเทรดของคุณ
ลองคิดให้ชัดว่าคุณต้องการอะไรจากการเทรดจริง ๆ แล้ววางแผนว่าจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร พิจารณาเวลาที่คุณทุ่มให้กับการเทรดได้ ประเภทของเทรดที่คุณอยากทำ (เช่น วอลุ่มสูงกำไรต่อไม้ต่ำ) และประเมินว่าความรู้ที่มีเพียงพอหรือยัง หรือต้องลงทุนเวลาเรียนรู้เพิ่มก่อน
2. เทรดหนักเกินไป เร็วเกินไป
ด้วยโอกาสทำเงินจากการเทรด สิ่งล่อใจโดยเฉพาะสำหรับมือใหม่คือการดันเพดานความเสี่ยงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความหวังว่าจะได้กำไรก้อนใหญ่เร็วขึ้น
แต่การกระโดดเข้าเทรดอย่างร้อนรน — ไม่ว่าจะในแง่ปริมาณหรือมูลค่า — มีแต่จะเพิ่มระดับความเสี่ยง ถ้าคุณเกินตัวแล้วตลาดสวนทาง คุณอาจถูกดีดออกจากตลาดก่อนที่จะได้ตั้งหลักด้วยซ้ำ คนจำนวนมากเข้าตลาดเทรดด้วยความคิดว่ามันคือทางลัดสู่เงินล้าน
ความจริงคือ การเทรดไม่ใช่เรื่องที่คุณโยนเงินเข้าไปแบบชิล ๆ แล้วรับความมั่งคั่งมหาศาลกลับมา มันต้องใช้ทักษะและความอดทนอย่างมากกว่าจะเข้าใกล้จุดสูงขนาดนั้นได้
ค่อย ๆ สร้างอย่างช้าและมั่นคง เริ่มทดลองกับบัญชีเดโมก่อน จากนั้นเมื่อเปิดบัญชีเทรดจริงด้วยเงินจริง ให้ใส่เงินจำนวนน้อยและเทรดแค่ไม่กี่ตลาดเพื่อจับทางให้ได้ก่อน เงินจากตลาดฟอเร็กซ์ ดัชนี และสินค้าโภคภัณฑ์มีให้ทำจริง แต่แทบไม่เคยได้มาจากการเทรดเร็ว ๆ ไม่กี่ไม้
ยิ่งคุณทุ่มเวลาให้การเทรดมากเท่าไหร่ คุณจะยิ่งเก่งขึ้น มองเห็นภาพง่ายขึ้น และโอกาสทำกำไรก็จะปรากฏให้เห็นมากขึ้นเอง
3. เทรดด้วยอารมณ์
เราทุกคนเคยมีช่วงที่รู้สึกว่ากำลังมือขึ้น ทำอะไรก็ไม่พลาด ในการเทรดมักเกิดขึ้นตอนที่คุณชนะติดต่อกันหลายไม้จนรู้สึกว่าตัวเองเอาอยู่แล้ว แต่ทุกช่วงขาขึ้นย่อมมีวันจบ และสำคัญมากที่ต้องจำไว้ เพราะสุดท้ายแล้วมันคือเงินของคุณที่เป็นเดิมพัน
ตื่นเต้นกับการเทรดเป็นเรื่องดี ความมั่นใจก็เป็นคุณสมบัติที่น่ายินดีเสมอ แต่อย่าปล่อยให้อารมณ์มาชี้นำพฤติกรรมการเทรดจนพาคุณเข้าสถานะที่ปกติแล้วคุณจะไม่เข้า
พยายามจัดการอารมณ์ให้ได้ ก่อนกระโดดเข้าเทรด ถอยออกมาครึ่งก้าวแล้วมองมันอย่างเป็นกลาง มันเข้ากับระบบของคุณไหม? คุณตัดสินใจจากข้อมูลที่หนักแน่นหรือแค่ลางสังหรณ์? ถ้าเทรดนี้สวนทางคุณจะรับมืออย่างไร?
สร้างชุดสัญญาณเตือนของตัวเองไว้ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้คุณทุ่มอารมณ์ลงไปมากเกินไป
4. เดาสุ่ม
ถ้าคุณเข้าเทรดโดยไม่เตรียมตัวอะไรเลย คุณยังไม่ใช่เทรดเดอร์จริง ๆ หรอก
การเทรดโดยไม่ลงแรงศึกษาหรือทำความเข้าใจว่าตลาดทำงานอย่างไร ก็เหมือนเดินเข้าคาสิโน โยนเงินลงโต๊ะรูเล็ต แล้วภาวนาให้โชคเข้าข้าง แม้จะจริงที่การเทรดมีความไม่แน่นอนและความผันผวนเป็นธรรมชาติของมัน แต่การลงทุนเวลาเรียนรู้และเข้าใจกลไกตลาดจะทำให้คุณเห็นภาพว่าเทรดแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด
ศึกษาหาความรู้และเตรียมพร้อมก่อนทุกเทรด
5. ไม่ใช้คำสั่ง stop loss
การเทรดโดยไม่ตั้ง stop loss ก็เหมือนขับรถที่ไม่มีเบรก มันอันตรายเกินไป
ถึงอย่างนั้น เทรดเดอร์จำนวนมากก็ยังเทรดโดยไม่ใช้เครื่องมือแสนมีประโยชน์นี้ และส่วนใหญ่มักจบลงด้วยการขาดทุนที่เจ็บปวด ขาดทุนแบบไม่จำเป็นและหลีกเลี่ยงได้
ถ้าใช้ระดับ stop loss อย่างถูกต้อง คุณจะไม่จมลึกเกินไปในสถานะที่กำลังขาดทุน
ไม่ว่าคุณจะตั้ง stop loss แบบ "hard" ตั้งแต่ตอนเข้าเทรด หรือกำหนดระดับ stop loss แบบ "soft" ไว้ในใจระหว่างเทรด การใช้มันเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงจะทำให้คุณอยู่ในจุดที่ได้เปรียบกว่าเสมอ เพียงจำไว้ว่า stop loss แบบ soft เหมาะกับเทรดเดอร์ระดับสูงที่มีประสบการณ์ในตลาดเหล่านี้แล้วมากกว่า
6. เปิดสถานะใหญ่เกินไป
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าภาพเทรดชนะไม้ใหญ่อยู่ในหัวของเทรดเดอร์ทุกคน และสิ่งล่อใจให้เปิดสถานะก้อนโต (เพราะคิดว่าจะเป็นไม้ที่ชนะ) ก็มีอยู่ตลอดเวลา
แต่อย่างที่พิสูจน์มาแล้วครั้งแล้วครั้งเล่า การเปิดสถานะใหญ่เกินไปในเทรดเดียวเป็นเรื่องอันตราย ไม่มีอะไรการันตีว่าเทรดจะไปในทางที่คุณต้องการ ดังนั้นถ้าคุณเสี่ยงครึ่งหนึ่งของเงินทุนในเทรดเดียวแล้วเทรดนั้นหักหลังคุณ เงินทุนสำหรับเทรดของคุณจะหายไปอย่างมีนัยสำคัญ
และมันยังอาจสร้างบาดแผลทางจิตใจก้อนใหญ่ให้คุณในฐานะเทรดเดอร์อีกด้วย
7. เปิดหลายสถานะเกินไป
แม้จะมีตลาดให้เทรดมากมายและโอกาสเทรดเข้ามาตลอดเวลา แต่การเปิดสถานะมากเกินไปก็อาจบั่นทอนการเทรดของคุณเช่นกัน
เว้นแต่คุณจะมีระบบเทรดอัตโนมัติที่แข็งแรงคอยเข้าเทรดให้ การนั่งเฝ้าหลายสถานะพร้อมกันเป็นเรื่องชวนสับสนและความเสี่ยงสูงอย่างไม่ต้องสงสัย
จำไว้ว่าสมองมนุษย์ประมวลผลข้อมูลได้จำกัดในแต่ละช่วงเวลา และความใส่ใจที่แต่ละเทรดต้องการหมายความว่าคุณมีเวลาและสมาธิให้แต่ละเทรดจำกัดตามไปด้วย
ถ้าคุณเปิดหลายสถานะพร้อมกันโดยไม่มีระบบอัตโนมัติที่เหมาะสมคอยดูแล โอกาสสูงที่บางเทรดจะพัง
ดังนั้นครั้งหน้าที่เทรด ให้ระวังจำนวนเทรดที่คุณถืออยู่ ทางที่ดีคือโฟกัสที่ไม่กี่เทรดก่อน — เข้าและออกให้จบ — แล้วค่อยเริ่มใหม่เมื่อโอกาสเทรดอื่นปรากฏขึ้น
เมื่อคุณมีระบบเทรดที่ชัดเจน การคัดกรองโอกาสเทรดที่เข้ามาและเลือกเฉพาะตัวที่ดีที่สุดจะง่ายขึ้นเยอะ
8. ใช้เลเวอเรจมากเกินไป
ความสามารถในการใช้เลเวอเรจคือหนึ่งในแม่เหล็กหลักที่ดึงคนเข้าสู่ตลาดอย่างฟอเร็กซ์ น้ำมัน ดัชนี โลหะมีค่า และ CFD คริปโต เลเวอเรจช่วยให้คุณเทรดสถานะที่ใหญ่กว่ามากได้ด้วยเงินทุนที่น้อยกว่า
แต่แน่นอน เลเวอเรจคือดาบสองคม มันขยายทั้งเทรดที่ชนะและเทรดที่แพ้
หนึ่งในบาปมหันต์ของเทรดเดอร์ — โดยเฉพาะคนที่ยังไม่เข้าใจกลไกของเลเวอเรจอย่างถ่องแท้ — คือการใช้เลเวอเรจระดับสูงมาก บางคนมองเห็นแต่กำไรที่อาจได้ และมองข้ามการขาดทุนที่อาจเกิด
ถ้าคุณใช้เลเวอเรจสูงลิ่วแล้วเทรดสวนทาง เงินทุนเทรดของคุณอาจพังทลายทั้งหมดได้เลย
วิธีใช้เลเวอเรจที่ดีที่สุดจึงคือเริ่มจากต่ำ ๆ ลองใช้เลเวอเรจระดับต่ำสุดที่ผู้ให้บริการเทรดของคุณมี เมื่อคุ้นเคยกับกลไกของมันแล้ว ค่อยขยับเพิ่มถ้าต้องการ
สิ่งที่ต้องจำคือ ต่อให้มีเลเวอเรจระดับสูงให้เลือก — ตั้งแต่ 10:1, 50:1, 100:1, 200:1 หรือ 400:1 แล้วแต่ภูมิภาคของคุณ — ไม่ได้แปลว่าคุณต้องใช้ระดับสูงสุดเท่าที่มี
อย่างที่เขาว่ากัน ต้องหัดเดินก่อนถึงจะวิ่งได้
9. เทรดล้างแค้น
เกลียดไหมเวลาขาดทุน? แล้วรู้สึกอยากกลับเข้าตลาดทันที เปิดเทรดใหม่ เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองก็ชนะได้ใช่ไหม?
นั่นแหละคือตรรกะเบื้องหลังการเทรดล้างแค้น คุณอยากเอาคืน อยากพิสูจน์ว่าคุณคือผู้ชนะ
แต่บ่อยครั้งการเทรดล้างแค้นนำมาซึ่งความเจ็บปวดมากกว่ากำไร
ลองคิดดูสักนิด ตอนที่คุณเข้าเทรดล้างแค้น คุณแทบจะไม่ได้อยู่ในสภาพอารมณ์ที่ดีที่สุด คุณน่าจะยังเดือดหรือเครียดเกินกว่าจะตัดสินใจเทรดอย่างมีเหตุผล และแทบแน่นอนว่าคุณยังไม่ได้วิเคราะห์เทรดถัดไปเลยว่ามีศักยภาพดีจริงไหม
ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดที่ทำได้กับการเทรดล้างแค้น คืออย่าไปยุ่งกับมันเลยตั้งแต่แรก
ถ้าคุณเทรดเสียหรือขาดทุนติดต่อกันหลายไม้ ให้ถอยออกมาแล้ววิเคราะห์ว่าอะไรผิดพลาดจะดีกว่า
ตลาดตอนนั้นผันผวนเกินกว่าจะเทรดตั้งแต่แรกหรือเปล่า? การวิเคราะห์ตั้งต้นของคุณพลาดตรงไหน?
โดยส่วนใหญ่แล้ว — ถ้าไม่ใช่ทุกครั้ง — ทางที่ดีคือหลีกเลี่ยงการเทรดล้างแค้นให้ได้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
10. ปล่อยให้เทรดที่กำไรกลายเป็นขาดทุน
ถ้าคุณกำลังทำพลาดข้อนี้อยู่ คุณไม่ได้โดดเดี่ยว แม้แต่มือระดับพระกาฬก็ยังพลาดข้อนี้กันเป็นประจำ
กี่ครั้งแล้วที่คุณจับจังหวะเข้าได้สวยงาม เห็นกำไรบนกระดาษน่าชื่นใจ แล้วต้องมองมันละลายหายไปกับการกลับตัวแรง ๆ ของราคา? ขอพนันว่ามากกว่าหนึ่งครั้งแน่นอน
การปล่อยให้เทรดดี ๆ กลายเป็นเทรดแย่คือความผิดพลาดใหญ่อันดับต้น ๆ ในการเทรดตลาดการเงิน แต่ก็ยังมีความหวังอยู่
วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือการวางแผน คุณต้องรู้ว่าจะออกตรงไหนก่อนที่จะเข้าเทรด และควรมีเหตุผลในการออกหลายรูปแบบ
พัฒนาชุดกฎการออกที่หลากหลายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายจากเทรดนั้น ไม่ว่ามันจะเป็นไปตามที่หวังหรือไม่ก็ตาม คุณอาจผสมผสานระหว่าง:
เป้ากำไร (Profit target)
- Trailing stop แบบกว้าง (สำหรับตลาดที่เป็นเทรนด์)
- Trailing stop แบบแคบ (สำหรับการวิ่งแรงระยะสั้นที่ใกล้หมดแรง)
- Stop ตามอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (สำหรับตอนที่ราคาเข้าใกล้เป้ากำไร)
คุณยังสามารถทยอยปิดสถานะ (scale out) ได้ด้วย เก็บกำไรบางส่วนเมื่อตลาดให้โอกาส เก็บเพิ่มอีกนิดเมื่อราคาวิ่งต่อ และเหลือบางส่วนไว้เผื่อกำไรก้อนใหญ่ แนวทางแบบนี้จะช่วยให้เส้นกราฟพอร์ตของคุณเรียบเนียนขึ้น
11. ไม่จดบันทึกเทรดลงสมุดบันทึกการเทรด
การใช้สมุดบันทึกการเทรด (trading journal) เป็นพื้นฐานสำคัญมากของการเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ มันไม่ใช่แค่จดจุดเข้าจุดออกของเทรดที่กำไร แต่ต้องการข้อมูลและความใส่ใจมากกว่านั้นอีกหน่อย
สมุดบันทึกการเทรดของคุณควรบันทึกทุกเทรด ทั้งเทรดดี เทรดแย่ และแม้แต่เทรดที่เลวร้ายสุด ๆ
ข้อมูลที่ควรจดไว้ในสมุดบันทึกการเทรด ได้แก่:
- วันและเวลาที่เทรด
- เครื่องมือหรือสินทรัพย์ที่เทรด
- ภาพหน้าจอของรูปแบบกราฟตอนที่เข้าเทรด
- ขนาดสถานะ
- ความคิดและเหตุผลที่คุณเข้าเทรดนั้น
การมีสมุดบันทึกการเทรดติดตัวไว้ ทำให้คุณย้อนกลับมาทบทวนได้ทั้งเทรดที่สำเร็จและเทรดที่ไม่สำเร็จ เพื่อหาจุดที่ปรับปรุงได้ในระบบเทรดของคุณ
12. ลืมนึกถึงกรอบเวลาการลงทุนของตัวเอง
การลงทุนโดยไม่มีกรอบเวลา (time horizon) ในใจ อาจนำคุณไปสู่ความผิดหวังได้ เพราะการลงทุนทุกอย่างล้วนเป็นระยะยาวหรือระยะสั้นอย่างใดอย่างหนึ่ง และอัตราผลตอบแทนจะต่างกันไปตามระยะเวลาที่คุณลงทุน
ตัวอย่างเช่น สินทรัพย์ที่ทำผลงานดีเยี่ยมในกรอบเวลายาวแต่ด้อยกว่าในช่วงสั้น อาจเหมาะจะถือไว้เมื่อคิดถึงเงินออมยามเกษียณ
เมื่อคุณเข้าใจกรอบเวลาของตัวเอง คุณจะจับคู่การลงทุนที่ใช่เข้ากับพอร์ตของคุณได้ดีขึ้น
13. ยอมรับการขาดทุนให้เป็น
เทรดเดอร์จำนวนมากเข้าใจว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์พลาดแบบมืออาชีพด้านการลงทุน แต่นั่นไม่จริงเลย
ถ้าคุณกระโดดเข้าเทรดโดยไม่ได้ทำการบ้าน หรือคุณลงทุนมานานแล้วจู่ ๆ พอร์ตดิ่งลง จงยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเดินหน้าต่อ แทนที่จะปล่อยให้อีโก้ควบคุมสไตล์การเทรดจนถือตัวที่ขาดทุนไว้นานขึ้นไปอีก
พรุ่งนี้ยังมีเสมอ และโอกาสเทรดใหม่ก็เช่นกัน เรียนรู้จากการขาดทุนในอดีตเพื่อพัฒนาทักษะต่อไปบนเส้นทางสู่การเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ
14. เทรดตามฝูงชน
การเทรดตามฝูงชนเป็นข้อผิดพลาดยอดฮิตที่เทรดเดอร์ไร้ประสบการณ์มักทำ คือตามกระแสฝูงชนแบบหลับหูหลับตา จนจบลงในเทรดที่ทำร้ายตัวเอง
สำคัญมากที่เทรดเดอร์มือใหม่ต้องคิดถึงสไตล์การเทรดของตัวเองเวลาตัดสินใจ จะได้ไม่กระโดดตามเทรนด์โดยไม่ได้ศึกษาเองและไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงจะเวิร์กสำหรับตัวเอง ถ้าคุณเข้าเทรดตามคนอื่นโดยไม่ได้วิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐานเองเลยแล้วเทรดนั้นขาดทุน คุณโทษได้แค่ตัวเองเท่านั้น
15. เทรดหลายตลาดพร้อมกัน
เทรดเดอร์ที่ยังไม่มีประสบการณ์มักกระโดดจากตลาดหนึ่งไปอีกตลาด จากฟอเร็กซ์ไปดัชนี จากคริปโตไปสินค้าโภคภัณฑ์ นี่คือความผิดพลาดที่พบบ่อยและอาจนำไปสู่การเทรดมากเกินไปและขาดทุนก้อนใหญ่
การเข้าใจตลาดใดตลาดหนึ่งอย่างลึกซึ้งสำคัญกับเทรดเดอร์ทุกระดับ เพื่อให้การตัดสินใจเทรดอิงกับข้อเท็จจริง ไม่ใช่ลางสังหรณ์หรืออารมณ์ ก่อนจะขยายสนาม ควรเรียนรู้ตลาดเดียวให้แตกฉานและเก็บเกี่ยวประสบการณ์เทรดที่มีค่าก่อน แล้วค่อยขยับไปหลายตลาด
บทส่งท้าย
การเทรดเป็นกระบวนการที่ยาก และมักต้องใช้เวลากว่าจะค้นพบว่าอะไรเวิร์กสำหรับคุณ แต่ถ้าคุณหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดยอดฮิตเหล่านี้ได้ตั้งแต่เริ่มต้นเส้นทางในตลาดการเงิน เส้นโค้งการเรียนรู้ของคุณจะราบรื่นขึ้นมาก
สิ่งสำคัญคือเราต้องเข้าใจอคติของตัวเองและผลของมันต่อวิธีที่เราเทรด เพื่อให้มีโอกาสจัดการมันได้อย่างเหมาะสม ข้อมูลทั้งหมดนี้ถูกรวบรวมมาเพื่อให้เทรดเดอร์เห็นภาพกับดักที่พบบ่อย จะได้หลบหลีกมันได้ในอนาคต
จำไว้ว่าความผิดพลาดในการเทรดคือส่วนหนึ่งของการเดินทาง และคุณไม่มีทางเลี่ยงได้ทั้งหมด แต่จากความผิดพลาดเหล่านั้นย่อมมีบทเรียน จงใช้มันพัฒนาตัวเอง แล้วคุณจะเข้าใกล้การเป็นเทรดเดอร์ที่ยอดเยี่ยมขึ้นอีกก้าวหนึ่ง
