การซื้อและขายเครื่องมือทางการเงินภายในวันเดียวกัน หรืออาจหลายรอบตลอดทั้งวัน เรียกว่าเดย์เทรด (day trading) ถ้าทำอย่างถูกวิธี การเก็บกำไรจากการขยับของราคาเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เป็นเกมที่ทำเงินได้ แต่มันก็เสี่ยงสำหรับมือใหม่และใครก็ตามที่ไม่มีแผนที่คิดมาอย่างรอบคอบ
ถ้าคุณอยากมีรายได้จากการเทรดรายวันแต่ยังเป็นมือใหม่ เราแนะนำให้ลองใช้ HafizeBot HafizeBot สแกนและวิเคราะห์อินดิเคเตอร์มากกว่า 240 รายการต่อเหรียญ และเทรดให้ทุกวัน
ด้านล่างคือ 10 เทคนิคเดย์เทรดสำหรับมือใหม่ จากนั้นเราจะพูดถึงกราฟและรูปแบบพื้นฐาน จังหวะซื้อและขาย และวิธีตัดขาดทุน
1. พลังของความรู้
นอกจากต้องคุ้นเคยกับวิธีเดย์เทรดแล้ว เดย์เทรดเดอร์ต้องอัปเดตข่าวตลาดหุ้นล่าสุดและเหตุการณ์ที่กระทบราคาหุ้นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นประกาศตัวชี้วัดนำทางเศรษฐกิจ แผนดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รวมถึงข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการเงินอื่น ๆ
ฉะนั้น ทำการบ้านซะ ทำลิสต์หุ้นที่อยากเทรด ติดตามข้อมูลของบริษัทที่เลือกไว้ หุ้นของพวกเขา และภาพรวมตลาด อ่านข่าวธุรกิจและบุ๊กมาร์กเว็บข่าวที่น่าเชื่อถือไว้
2. กันเงินไว้ต่างหาก
กำหนดเงินทุนที่ยอมเสี่ยงได้ต่อการเทรดแต่ละครั้งและยึดมั่นกับมัน เดย์เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จจำนวนมากเทรดด้วยความเสี่ยงไม่เกิน 1% ถึง 2% ของยอดพอร์ตต่อไม้ ถ้าคุณมีพอร์ตเทรด $40,000 และพร้อมเสี่ยง 0.5% ของทุนต่อธุรกรรม การขาดทุนสูงสุดต่อเทรดของคุณคือ $200 (0.5% x $40,000)
กันเงินส่วนเกินที่พร้อมเอามาเทรดและพร้อมเสียไว้ต่างหาก
3. อุทิศเวลาให้กับมัน
เดย์เทรดต้องการเวลาและสมาธิของคุณ พูดตรง ๆ คือคุณต้องสละเวลาเกือบทั้งวัน ถ้าคุณมีเวลาจำกัด อย่าคิดทำเลย
คนที่เดย์เทรดต้องเฝ้าตลาดและมองหาโอกาสที่อาจโผล่มาเมื่อไหร่ก็ได้ตลอดชั่วโมงเทรด กุญแจคือขยับให้เร็วและรู้ตัวอยู่เสมอ
4. เริ่มจากเล็ก ๆ
ในฐานะมือใหม่ จำกัดความสนใจไว้ที่หุ้นไม่เกินหนึ่งหรือสองตัวต่อครั้ง หุ้นน้อยตัวติดตามและหาโอกาสได้ง่ายกว่า ช่วงหลังการเทรดหุ้นเศษส่วน (fractional shares) กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้คุณลงทุนด้วยเงินก้อนเล็กลงได้
ผลคือปัจจุบันโบรกเกอร์หลายเจ้าให้คุณซื้อเศษหุ้นได้ด้วยเงินเพียง $25 หรือไม่ถึง 1% ของหุ้น Amazon เต็มหุ้น หากหุ้น Amazon เทรดอยู่ที่ $3,400
5. เลี่ยงหุ้นเพนนี (Penny Stocks)
คุณคงกำลังมองหาของถูกและต้นทุนต่ำอยู่แน่ ๆ แต่จงเลี่ยงหุ้นเพนนี หุ้นพวกนี้มักไร้สภาพคล่อง และโอกาสถูกหวยกับมันมักริบหรี่
หุ้นจำนวนมากที่เทรดต่ำกว่า $5 ต่อหุ้นถูกถอดออกจากกระดานหลักและเทรดได้เฉพาะนอกตลาด (OTC) เท่านั้น เลี่ยงมันไว้ เว้นแต่เห็นโอกาสจริง ๆ และทำการบ้านมาแล้ว
6. จับจังหวะการเทรด
คำสั่งจำนวนมหาศาลจากเทรดเดอร์และนักลงทุนเริ่มถูกจับคู่ทันทีที่ตลาดเปิดตอนเช้า ก่อให้เกิดความผันผวนของราคา ผู้เล่นที่มีประสบการณ์อาจมองออกและจับจังหวะทำกำไรจากช่วงเปิดตลาดได้ แต่สำหรับมือใหม่ ควรนั่งอ่านตลาดเฉย ๆ สัก 15-20 นาทีแรกก่อนค่อยขยับ
ช่วงกลางวันมักผันผวนน้อยกว่า แล้วความคึกคักจะกลับมาอีกครั้งเมื่อใกล้ปิดตลาด แม้ชั่วโมงเร่งด่วนจะมีโอกาสซ่อนอยู่ แต่ช่วงแรก ๆ มือใหม่เลี่ยงไว้ก่อนปลอดภัยกว่า
7. ใช้ Limit Order ลดการขาดทุน
เลือกประเภทคำสั่งที่จะใช้เข้าและออกจากตลาด จะใช้ market order หรือ limit order? market order จะ fill ที่ราคาดีที่สุดขณะนั้นโดยไม่การันตีราคา เหมาะเวลาที่คุณไม่ซีเรียสว่าต้อง fill ที่ราคาไหนและแค่อยากเข้าหรือออกจากตลาด
ส่วน limit order การันตีราคาแต่ไม่การันตีการ fill เพราะคุณเป็นคนกำหนดราคาที่ต้องการให้คำสั่ง fill limit order จึงช่วยให้เทรดแม่นยำและมั่นใจขึ้น และช่วยจำกัดการขาดทุนตอนราคากลับตัวได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าตลาดไปไม่ถึงราคาของคุณ คำสั่งก็จะไม่ fill และคุณจะยังถือสถานะอยู่
8. คิดเรื่องกำไรอย่างเป็นระบบ
กลยุทธ์ไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้งถึงจะทำกำไร เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จมักชนะแค่ 50% ถึง 60% ของเทรดทั้งหมดเท่านั้น แต่พวกเขาได้จากไม้ที่ชนะมากกว่าที่เสียจากไม้ที่แพ้ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าความเสี่ยงทางการเงินของแต่ละเทรดถูกจำกัดไว้ที่สัดส่วนตายตัวของพอร์ต และมีกลยุทธ์เข้า-ออกที่นิยามไว้ชัดเจน
9. ใจเย็นเข้าไว้
ตลาดหุ้นทำเอาประสาทกินได้เป็นบางครั้ง ในฐานะเดย์เทรดเดอร์ คุณต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมความโลภ ความหวัง และความกลัว การตัดสินใจควรมาจากเหตุผล ไม่ใช่ความรู้สึก
10. ยึดมั่นในกลยุทธ์
เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จต้องขยับเร็วก็จริง แต่ไม่จำเป็นต้องคิดเร็ว ทำไม? เพราะพวกเขามีวินัยที่จะทำตามแผนเทรดและกลยุทธ์ที่วางไว้ล่วงหน้า สิ่งสำคัญคือยึดสูตรของตัวเองให้มั่นแทนที่จะวิ่งไล่กำไร อย่าให้อารมณ์ครอบงำจนเปลี่ยนแผนกลางทาง จำคาถาของเดย์เทรดเดอร์ไว้: "วางแผนการเทรด แล้วเทรดตามแผน"
อะไรทำให้เดย์เทรดยาก?
เดย์เทรดต้องการประสบการณ์และความรู้มาก และมีหลายปัจจัยที่ทำให้มันยากขึ้นไปอีก
อย่างแรก จงรู้ไว้ว่าคุณกำลังสู้กับเทรดเดอร์มืออาชีพ คนพวกนี้เข้าถึงเครื่องมือล้ำสมัยที่สุดและคอนเนกชันในวงการ พวกเขาจึงถูกวางตัวให้ชนะในระยะยาว การกระโดดตามกระแสมักลงเอยด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้นของพวกเขา
ต่อมา ตระหนักไว้ว่าสรรพากรจะมาขอส่วนแบ่งจากรายได้ของคุณ ไม่ว่ามันจะเล็กแค่ไหน อย่าลืมว่ากำไรระยะสั้น — การลงทุนที่ถือไม่เกินหนึ่งปี — ต้องเสียภาษีในอัตราขั้นสูงสุดของคุณ ข้อปลอบใจเดียวคือผลขาดทุนหักลบกับกำไรได้
นอกจากนี้ ในฐานะเดย์เทรดเดอร์มือใหม่ คุณอาจเปราะบางต่ออคติทางอารมณ์และจิตวิทยาที่กระทบการเทรดมากกว่าปกติ เช่น เวลาที่เงินตัวเองแขวนอยู่บนเส้นด้ายและกำลังขาดทุนบนธุรกรรมสักรายการ เทรดเดอร์มืออาชีพที่มีประสบการณ์และทรัพยากรเยอะกว่ามักข้ามอุปสรรคพวกนี้ไปได้
ตัดสินใจว่าจะซื้ออะไรและซื้อเมื่อไหร่
ซื้ออะไร
เดย์เทรดเดอร์พยายามทำกำไรจากการขยับราคาเล็ก ๆ ของสินทรัพย์เฉพาะตัว (หุ้น สกุลเงิน ฟิวเจอร์ส และออปชัน) และมักใช้เงินทุนก้อนใหญ่ในการทำ hedge ประกอบ โดยทั่วไปเดย์เทรดเดอร์จะพิจารณาสามปัจจัยก่อนซื้ออะไรสักอย่าง เช่น หุ้นสักตัว:
สภาพคล่อง (Liquidity) สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องให้คุณซื้อและขายได้เร็ว และถ้าเป็นไปได้ ในราคาที่ได้กำไร ข้อดีของสภาพคล่องคือ slippage ต่ำและสเปรดแคบ — คือส่วนต่างระหว่างราคา bid กับ ask ของหุ้น และระหว่างราคาคาดหวังกับราคาจริงของดีล
ความผันผวน (Volatility) ตัววัดกรอบราคารายวัน ซึ่งเป็นสนามที่เดย์เทรดเดอร์ทำงานอยู่ ความผันผวนยิ่งสูง โอกาสได้หรือเสียก็ยิ่งมากตาม
ปริมาณการซื้อขาย (Trading volume) ตัววัดว่าหุ้นถูกซื้อขายบ่อยแค่ไหนในช่วงเวลาหนึ่ง ที่มักเรียกกันว่าปริมาณซื้อขายเฉลี่ยรายวัน ปริมาณสูงแปลว่าหุ้นได้รับความสนใจมาก การพุ่งขึ้นของปริมาณมักส่งสัญญาณว่าราคากำลังจะกระชากแรง ๆ ไม่ขึ้นก็ลง
ซื้อเมื่อไหร่
เมื่อคุ้นเคยกับหุ้น (หรือสินทรัพย์อื่น) ที่อยากเทรดแล้ว คุณต้องเลือกจุดเข้าสำหรับเทรดของคุณ เครื่องมือที่ช่วยได้มีดังนี้:
บริการข่าวเรียลไทม์: ข่าวมีพลังขยับราคาหุ้น การสมัครบริการที่แจ้งเตือนเมื่อมีข่าวที่อาจสะเทือนตลาดจึงสำคัญมาก
Electronic Communication Networks (ECN) คือแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ที่แสดงราคา bid และ ask ที่ดีที่สุดจากผู้เล่นหลากหลายในตลาด แล้วจับคู่และดำเนินการคำสั่งโดยอัตโนมัติ ส่วนบริการแบบสมัครสมาชิกที่ชื่อ Level 2 ให้ผู้ใช้เข้าถึง order book ของ Nasdaq ได้ทันที ซึ่งรวมราคาเสนอจาก market maker ของทุกหลักทรัพย์ที่ลิสต์บน Nasdaq และ OTC Bulletin Board
เครื่องมือเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อให้คุณเห็นภาพว่าคำสั่งถูกดำเนินการแบบเรียลไทม์อย่างไร
กราฟแท่งเทียนรายวัน (Intraday candlestick charts): แท่งเทียนให้การตีความความเคลื่อนไหวของราคาแบบตรงไปตรงมา เดี๋ยวเราจะพูดถึงเพิ่มเติม
กำหนดและจดบันทึกเงื่อนไขที่ชัดเจนที่คุณจะเข้าสถานะ เช่น "ซื้อตอนขาขึ้น" นั้นกว้างเกินไป ลองอะไรที่เจาะจงและทดสอบได้กว่า เช่น ซื้อเมื่อราคาทะลุเส้นเทรนด์บนของรูปแบบสามเหลี่ยมบนกราฟ 2 นาที ในสองชั่วโมงแรกของการเทรด โดยสามเหลี่ยมนั้นต้องมีขาขึ้นนำมาก่อน (มี higher swing high และ higher swing low อย่างน้อยหนึ่งคู่ก่อนสามเหลี่ยมก่อตัว)
เมื่อมีชุดเกณฑ์การเข้าแล้ว ตรวจกราฟเพิ่มเติมว่าเงื่อนไขของคุณเกิดขึ้นทุกวันหรือไม่ เช่น เช็กว่ารูปแบบแท่งเทียนบ่งชี้ว่าราคาจะขยับไปทิศทางที่คุณคาดหรือเปล่า ถ้าใช่ คุณอาจได้จุดตั้งต้นของกลยุทธ์แล้ว
