จะอธิบาย Bitcoin ให้เด็กฟังอย่างไรดี?

· 4 min read

การกำเนิดของเงินกระดาษ

เมื่อหลายพันปีก่อน ผู้คนแลกเปลี่ยนสิ่งของกันเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ ถ้าอยากได้เนื้อสัตว์ ก็ต้องเอาของบางอย่างที่ตัวเองมีไปแลกกับคนที่อยากแลกเนื้อกับของสิ่งนั้น ตลอดหลายพันปีนั้น สัตว์เลี้ยงและธัญพืชถูกใช้แลกของ จนกลายเป็นสิ่งที่ทำหน้าที่คล้ายเงิน

ด้วยวิธีนี้ ผู้คนจึงซื้อทุกอย่างที่มีอยู่ได้ด้วยการเอาธัญพืชหรือปศุสัตว์ไปแลก การแลกของแบบนี้คือธุรกรรมโดยตรงระหว่างคนสองคน เหมือนเวลาเด็ก ๆ เอาของเล่นมาแลกกันนั่นแหละ

พอเวลาผ่านไป การแลกของก็เริ่มมีปัญหา เช่น เพื่อนคนหนึ่งสัญญาว่าจะเอาเลโก้ของเขามาแลกรถของเล่นของคุณ แต่สุดท้ายก็ไม่ทำตามสัญญา ในสมัยโบราณ เวลาเกิดปัญหาแบบนี้ คนจะไปหาผู้รู้หรือคนกลางให้ช่วยตัดสิน เช่น ให้คุณครูช่วยกำกับให้เพื่อนรักษาคำพูด ตลอดหลายพันปี ผู้รู้ที่สังคมโบราณพึ่งพาในเรื่องแบบนี้ (ในตัวอย่างของเราคือคุณครู) ก็ค่อย ๆ วิวัฒน์มาเป็นสิ่งที่เราเรียกว่าธนาคารในทุกวันนี้

ธนาคารพัฒนาแนวคิด "เงินกระดาษ" ขึ้นมา ผู้คนไม่ต้องมีของอย่างอื่นไว้แลกอีกต่อไป แค่มีเงินกระดาษก็แลกสินค้าหรือบริการได้แล้ว พวกเขาซื้ออะไรก็ได้ด้วยเงินกระดาษ และหาเงินมาได้จากการทำงาน จากการผลิตและขายของอย่างของเล่น หรือบางครั้งก็จากการกู้ยืม กระดาษจึงเข้ามาแทนที่ของจริงในฐานะตัวแทนของมัน และถ้าลองมองธนบัตรใกล้ ๆ คุณจะเห็นลายเซ็นของ "ผู้รู้" ที่เราเพิ่งพูดถึงอยู่บนนั้น

เหมือนที่คุณเชื่อใจพ่อกับแม่เวลาเขาสัญญาว่าจะซื้อของเล่นชิ้นใหม่ให้ ระบบเงินทั้งระบบก็ตั้งอยู่บน "ความไว้ใจ" ถ้าคนไม่ไว้ใจกัน เงินก็เป็นแค่กระดาษแผ่นหนึ่ง แล้วผู้รู้ที่ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยล่ะอยู่ไหน? ตอนนี้พวกเขาก็คือธนาคารที่คอยทำให้คำสัญญาเรื่องการจ่ายเงินระหว่างผู้คนเกิดขึ้นจริง

เงินกระดาษกลายเป็นดิจิทัล

เงินกระดาษที่เข้ามาแทนสัตว์เป็น ๆ และธัญพืช ที่จริงแล้วคือก้าวแรกของการเปลี่ยนสู่โลกดิจิทัล วิดีโอที่คุณดูบน YouTube ทุกวันนี้ เมื่อก่อนถูกเก็บไว้ในม้วนเทป ซึ่งเป็นอุปกรณ์จริงที่มีแถบแม่เหล็กอยู่ข้างใน วิดีโออยู่ตรงนั้นแหละ แต่ตอนนี้ทั้งกระบวนการกลายเป็นดิจิทัลไปแล้ว เราดูวิดีโอได้โดยไม่ต้องรู้ด้วยซ้ำว่าไฟล์เก็บอยู่ที่ไหน เงินก็เช่นกัน เงินของครอบครัวอยู่ในบัญชีธนาคารอย่างปลอดภัยโดยที่พ่อแม่ไม่ต้องเห็นตัวเงินเลย และไม่ต้องพกเงินทั้งหมดใส่กระเป๋าไปซื้อของ

ธนาคารทำให้เงินกระดาษเป็นดิจิทัลและสร้างวิธีจัดการมันผ่านอินเทอร์เน็ต เหมือนที่คุณดูการ์ตูนออนไลน์ได้ คุณก็ควบคุมเงินของตัวเองออนไลน์ได้ เงินไม่ได้อยู่ในรูปกายภาพอีกต่อไป และการโอนเงินจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปอีกเครื่องก็ง่ายกว่าวิธีเดิม ๆ มาก

Bitcoin

จำได้ไหมว่าพ่อกับแม่ทำอะไรก่อนออกไปเที่ยว? พวกเขาล็อกประตูบ้านทุกบานให้แน่นหนาเพื่อให้บ้านปลอดภัยตอนไม่มีใครอยู่ เราดูแลความปลอดภัยบนคอมพิวเตอร์ในทำนองเดียวกัน คือใช้รหัสผ่านที่ทำงานคล้ายกุญแจ เราสร้างคีย์เข้ารหัสที่ซับซ้อนซึ่งเปรียบเหมือนกุญแจล็อกที่แข็งแรงมากได้ด้วยคอมพิวเตอร์ และถ้าคนไม่หวังดีได้คีย์เข้ารหัสนั้นไป ก็เหมือนเขาได้กุญแจบ้านเราไป พร้อมกับเงินของเราด้วย

การเข้ารหัสคือหัวใจของเทคโนโลยีเบื้องหลัง Bitcoin และเมื่อการเข้ารหัสแข็งแรงพอ เราก็มั่นใจได้ว่ามีเพียงเราเท่านั้นที่ถือกุญแจของบิทคอยน์ของตัวเอง

ซอฟต์แวร์ของ Bitcoin จะผูกทุกหน่วยที่คุณถือกุญแจไว้เข้ากับตัวคุณ ทำให้มันเป็นของคุณ ธุรกรรมทุกรายการจะถูกเพิ่มเข้าไปในสายโซ่ของธุรกรรม ผ่านการตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบหลายร้อยคน แล้วบันทึกลงในสมุดบัญชีของ Bitcoin เหมือนตอนที่คุณซื้อของเล่นแล้วจ่ายด้วยบิทคอยน์ เราเรียกเทคโนโลยีสมุดบัญชีแบบกระจายศูนย์นี้ว่า "บล็อกเชน" และ Bitcoin ก็คือหนึ่งในการใช้งานของเทคโนโลยีสุดทึ่งนี้

Bitcoin คือเทคโนโลยีที่ไม่ต้องการความไว้ใจระหว่างคนกับคน คุณจึงไม่ต้องพึ่ง "ผู้รู้" ที่คอยแก้ปัญหากับเพื่อนที่ไม่รักษาคำพูดตอนใช้บิทคอยน์ นอกจากนี้ สมุดบัญชีของ Bitcoin ยังกระจายอยู่กับผู้ใช้ที่เรียกว่า "นักขุด" ทั่วโลก นักขุดแต่ละคนมีสมุดบัญชีฉบับเดียวกันเป๊ะ ดังนั้นต่อให้คนไม่หวังดีพยายามแก้บันทึกในเล่มหนึ่ง เขาก็เข้าไปแก้เล่มอื่นไม่ได้ บันทึกจึงตรวจสอบยืนยันได้อย่างมั่นใจเสมอ

สิ่งที่คุณต้องมีเพื่อทำธุรกรรมด้วย Bitcoin:

  • กระเป๋า Bitcoin: มีกระเป๋าให้เลือกหลายแบบสำหรับเก็บบิทคอยน์ให้ปลอดภัย คุณเก็บกุญแจของตัวเองไว้บนกระดาษ ในมือถือ หรือในคอมพิวเตอร์ก็ได้

  • Bitcoin: คุณต้องมีบิทคอยน์ก่อนถึงจะเอาไปแลกอะไรได้

  • คนที่จ่ายเงินให้คุณ: ไม่ว่าคุณจะใช้อะไร ส่วนนี้ของเศรษฐกิจไม่เคยเปลี่ยน คุณต้องมีคนที่ยินดีซื้อของจากคุณ

  • คนขายที่ยอมรับ Bitcoin: ถ้าคุณอยากใช้บิทคอยน์ซื้อของ ก็ต้องมีคนขายที่รับบิทคอยน์ด้วย

  • อินเทอร์เน็ต: คุณต้องส่งธุรกรรมของตัวเองไปยังนักขุดที่กระจายอยู่ทั่วโลก

ถ้าคุณอยากซื้อขายกับเพื่อนด้วยบิทคอยน์ คุณส่งจากกระเป๋าของตัวเองไปยังกระเป๋าของเพื่อนได้โดยตรง โดยไม่ต้องมีคนกลางอย่างธนาคาร

การขุด Bitcoin:

การขุดคือการที่อุปกรณ์ซึ่งไม่ได้เชื่อมกับศูนย์กลางใดและกระจายอยู่คนละที่ ทำงานให้ผู้ใช้ทั่วโลก ใครก็ตามที่มีพลังประมวลผลมากพอเป็นนักขุดบิทคอยน์ได้ การขุดเปิดกว้างสำหรับทุกคน และในโลกนี้ก็มีนักขุดอยู่จำนวนมาก

การที่เครือข่ายเปิดให้ทุกคนเข้าร่วมได้ทำให้ธุรกรรมโปร่งใสและน่าเชื่อถือ เครือข่ายและเทคโนโลยีของ Bitcoin ไม่ได้เป็นของสถาบันใดสถาบันหนึ่ง นักขุดแข่งกันแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน ข้อมูลการโอนที่ผู้ใช้ทำระหว่างกันจะถูกส่งไปยังนักขุดผ่านเครือข่าย Bitcoin นักขุดรวบรวมธุรกรรมเหล่านั้นมาประกอบเป็นบล็อก จากนั้นนักขุดทุกคนก็ช่วยกันตรวจสอบบล็อกที่สร้างขึ้น นักขุดคนแรกที่แก้โจทย์ได้จะเพิ่มห่วงโซ่ใหม่เข้าไปในบล็อกเชนและได้สิทธิ์รับบิทคอยน์ที่ถูกสร้างขึ้นเป็นรางวัล

จะเป็นเจ้าของ Bitcoin ได้อย่างไร?

การเป็นเจ้าของบิทคอยน์ทำได้หลายทาง วิธีที่นึกออกเป็นอันดับแรก ๆ ได้แก่:

  • เป็นนักขุดแล้วผลิตบิทคอยน์เอง: วิธีนี้ต้องลงทุนเงินก้อนหนึ่งเพื่อให้มีพลังประมวลผลมากพอ

  • ขายของแลกบิทคอยน์: คุณขายสินค้าบนเว็บไซต์ของตัวเองแล้วรับเป็นบิทคอยน์ก็ได้

  • รับเงินเดือนเป็นบิทคอยน์: พอโตขึ้นและเริ่มทำงาน คุณขอรับค่าจ้างเป็นบิทคอยน์ได้เลย!

อธิบาย bitcoin ให้เด็กฟัง bitcoin คืออะไร บล็อกเชนสำหรับมือใหม่ การขุดบิทคอยน์ เป็นเจ้าของ bitcoin