ทำไมมนุษย์ถึงเทรดได้แย่ขนาดนี้?

· 3 min read

ต่อไปนี้คือห้าเหตุผลที่ทำให้เป็นเช่นนั้น

หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดที่เทรดเดอร์ต้องเจอ คือการไม่รู้ว่าตัวเองมีข้อผิดพลาดที่ตัวเองไม่รู้ว่ามีอยู่ เพราะแนวโน้มบางอย่างของมนุษย์ให้ความรู้สึกว่ามันส่งผลดีต่อพฤติกรรมของคุณ คุณจึงไม่เข้าใจว่ามันกำลังกระทบผลลัพธ์ปลายทางของคุณอย่างมีนัยสำคัญ

ในบทความนี้เราจะสำรวจเหตุผลบางส่วนที่ทำให้แม้แต่เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ก็ยังเทรดได้แย่ อ่านต่อเพื่อทำความเข้าใจให้ลึกขึ้น

ความมั่นใจเกินเหตุ

ถ้าเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์เริ่มมั่นใจในการเทรดของตัวเองมากเกินไป พวกเขามีแนวโน้มจะจบลงด้วยการเทรดแบบก้าวร้าวหรือเทรดถี่เกินไป นี่คือหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้แม้แต่เทรดเดอร์ที่เก่งที่สุดในโลกก็ยังพลาดได้

ยกตัวอย่างเช่น ในงานวิจัยปี 1999 เทรดเดอร์กลุ่มที่เทรดถี่ที่สุดทำผลตอบแทนพอร์ตต่อปีได้ราว 11.4% ขณะที่กลุ่มที่เทรดน้อยที่สุดทำได้ถึง 18.5% นี่เป็นเพียงหนึ่งในสัญญาณที่บอกว่าถึงจุดหนึ่งเราทุกคนมักถูกความมั่นใจกลืนกินโดยธรรมชาติ ปัญหาที่มากับความมั่นใจเกินเหตุมีดังนี้

อคติจากความมั่นใจเกินเหตุ: นี่คืออคติทางอารมณ์ เพราะมืออาชีพเชื่อว่าตัวเองควบคุมสินทรัพย์ที่ถืออยู่ได้อย่างสมบูรณ์ ผลก็คือการประเมินทักษะของตัวเองสูงเกินจริงเวลาตัดสินว่าอะไรคือการลงทุนที่ดี และนั่นคือเหตุผลที่แม้แต่ผู้เล่นที่เก่งที่สุดในโลกก็ยังเข้าไปพัวพันกับคดีฉ้อโกงทางการเงินได้

อคติจากการโยนความผิด: อคตินี้เกิดขึ้นเมื่อเทรดเดอร์โทษปัจจัยภายนอกว่าเป็นต้นเหตุของการขาดทุน แต่ยกความดีความชอบของกำไรให้ตัวเอง มันคือรูปแบบหนึ่งของการปกป้องหรือยกยอตัวเอง ซึ่งนำไปสู่ประสิทธิภาพที่ตกลงได้ง่ายมาก ทางแก้คือต้องคอยติดตามความผิดพลาดของตัวเองอยู่เสมอ และสร้างกลไกความรับผิดชอบขึ้นมาเพื่อลดมันลง

ผลของการแห่ตามฝูง

อย่างที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อกัน ผลของการแห่ตามฝูงคือการที่เทรดเดอร์เชื่อว่าตัวเองต้องมีสถานะเปิดอยู่เสมอจึงจะประสบความสำเร็จในการเทรด ดังนั้นถ้านักวิเคราะห์และเทรดเดอร์จำนวนมากขึ้นเชื่อว่าตลาดจะไปในทิศทางหนึ่ง มันก็ต้องทำกำไรได้แน่ ๆ

การไม่แห่ตามอาจช่วยคุณประหยัดปัญหาไปได้เยอะ ลองคิดด้วยตัวเองและวิเคราะห์สัญญาณเทรดที่มีอยู่ตรงหน้าให้ดี

อคติจากข้อมูล

ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเทรดเดอร์เที่ยวหาข้อมูลเพิ่มเติมไปเรื่อย ๆ แม้ข้อมูลที่หาอยู่จะไม่มีผลอย่างมีนัยสำคัญต่อผลลัพธ์เลยก็ตาม สำหรับเทรดเดอร์ อคติจากข้อมูลเป็นอันตรายได้

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อไม้นั้นไม่เป็นใจกับคุณ คุณจะโทษตัวเองว่าไม่เข้าใจเรื่องบางเรื่อง แล้วสรุปว่าไม้นั้นพังเพราะคุณไม่รู้อะไรบางอย่างที่ถ้ารู้แล้วก็คงหลีกเลี่ยงได้

สุดท้ายคุณก็เชื่อว่าการอ่านให้มากขึ้น ซื้อหนังสือให้เยอะขึ้น และเข้าเว็บบินาร์ให้บ่อยขึ้น จะป้องกันไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยหวังว่าจะเข้าใจกลไกของตลาดได้ดีขึ้น

เราจึงมองไม่เห็นว่าการขาดทุนครั้งนั้นไม่ได้เกิดจากการที่เรารู้น้อยเกินไปเกี่ยวกับกระบวนการทั้งหมด และด้วยเหตุนี้ เทรดเดอร์จำนวนมากจึงลงเอยด้วยความหงุดหงิดกับการเทรดที่ล้มเหลว

จมอยู่กับผลของนกกระจอกเทศ

นกกระจอกเทศมักซุกหัวลงในทรายเพื่อจะได้ไม่ต้องรับรู้อันตรายที่อาจเกิดขึ้น ตัวอย่างที่ดีของผลนกกระจอกเทศคือคนที่ยังสูบบุหรี่ต่อไปทั้งที่รู้ว่าการสูบบุหรี่อาจเป็นอันตราย

การเทรดก็เป็นแบบเดียวกัน เมื่อเทรดเดอร์ขาดทุน เขาเลือกจะฝังหัวตัวเองลงในทรายเหมือนนกกระจอกเทศ แทนที่จะยอมรับการขาดทุนแล้วเดินหน้าต่อ แล้วมันหมายความว่าอย่างไร? ในฐานะเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ คุณอาจคิดว่าวิธีที่ดีที่สุดในการเอาชนะตลาดคือการถัวเฉลี่ยราคาให้ต่ำลง

คุณจึงเริ่มเติมไม้ใหม่เข้าไปในสถานะที่กำลังขาดทุน บางคนก็เลื่อน stop loss ออกไป หรือกระทั่งถอดมันทิ้งไปเลย ทั้งหมดนี้คือสูตรลับของหายนะ

อคติจากผลลัพธ์

คนเรามักตัดสินว่าวิธีแก้ปัญหาหนึ่งดีหรือไม่จากผลลัพธ์ที่ได้ เรามีแนวโน้มจะมองข้ามกระบวนการที่พาไปสู่ผลลัพธ์นั้น ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจตื่นมาอย่างมีความสุขเพราะถูกรางวัลที่หนึ่ง แต่นั่นไม่ได้แปลว่าการซื้อลอตเตอรี่คือหนึ่งในการตัดสินใจที่ฉลาดที่สุดที่คุณทำได้

อคติจากผลลัพธ์คือหนึ่งในเหตุผลที่พบบ่อยที่สุดว่าทำไมมนุษย์ถึงถูกตั้งค่ามาให้ล้มเหลวในการเทรด เราเทรดได้แย่ขนาดนี้เพราะผลลัพธ์ผลักให้เราตั้งสมมติฐานผิด ๆ ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณตัดสินใจไม่ทำตามแผนการเทรดของตัวเองแล้วเชื่อสัญชาตญาณแทน แล้วถ้าคุณดันทำกำไรได้ คุณก็จะทิ้งแผนการเทรดของตัวเองไปเลย โดยลืมไปว่าครั้งนั้นเป็นเพียงโชคล้วน ๆ จงพยายามยึดแผนการเทรดของตัวเองไว้ให้ได้เสมอ

สรุป

แม้มนุษย์จะถูกตั้งค่ามาให้เทรดได้แย่ แต่มันก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นตลอดไป คุณใช้เหตุผลเหล่านี้บางข้อมาสอนตัวเองและตัดสินใจให้ถูกต้องได้ตั้งแต่วันนี้ ขณะเดียวกันก็เริ่มลงมือฝึกฝนได้เลย เดินสายไฟในสมองของคุณใหม่ แล้วคิดแบบเทรดเดอร์ ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะเริ่ม

ในเมื่อเรายอมรับกันแล้วว่ามนุษย์อย่างเราเทรดได้แย่ ลองมาคุยกันว่าเราจะทำเงินด้วยปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างไร ปัญญาประดิษฐ์ประมวลผลข้อมูลได้มากกว่ามนุษย์มากในเวลาที่สั้นกว่ามาก มันจึงเปิดและปิดสถานะได้โดยไม่ตามความเคลื่อนไหวของตลาดไม่ทัน เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการเทรดด้วยปัญญาประดิษฐ์ อย่าไปถึงยุคนี้ช้ากว่าคนอื่น มาทำความรู้จัก HafizeBot และเรียนรู้วิธีเทรดด้วยปัญญาประดิษฐ์กัน

จิตวิทยาการเทรด อคติในการเทรด ความมั่นใจเกินเหตุ ข้อผิดพลาดของเทรดเดอร์ เทรดด้วย ai