บล็อกเชนสาธารณะมีความเสี่ยงอะไรบ้าง?

· 2 min read

บทความนี้จะพาไปดูสามความเสี่ยงที่มาพร้อมกับบล็อกเชนสาธารณะ ได้แก่ การโจมตีแบบ 51% ช่องโหว่ของ Proof of Stake และการใช้จ่ายซ้ำ (double spending)

การโจมตีแบบ 51%

เมื่อบล็อกเชนใช้กติกาคอนเซนซัสที่ตัดสินด้วยเสียงข้างมากธรรมดา ก็ย่อมมีความเสี่ยงที่ผู้ไม่ประสงค์ดีจะจับมือกันเพื่อบิดผลลัพธ์ของระบบ ในบริบทของคริปโต นั่นหมายความว่ากลุ่มนักขุดที่ถือกำลังประมวลผลเกิน 50% สามารถมีอิทธิพลต่อการตัดสินว่าธุรกรรมไหนจะถูกยืนยันและถูกเพิ่ม (หรือถูกลบ) ออกจากเชนได้ ในบล็อกเชนที่ใช้คอนเซนซัสแบบ Proof of Work (PoW) การโจมตีแบบ 51% มักออกมาในรูปของการที่ผู้โจมตีสร้างเชน "คู่แข่ง" ที่บรรจุธุรกรรมปลอมขึ้นมา

เพราะมีกำลังขุดที่เหนือกว่า ผู้ไม่หวังดีกลุ่มนี้จึงสร้างเชนทางเลือกที่ยาวกว่าเชน "ของจริง" ได้ และเมื่อกลไกคอนเซนซัสแบบ Nakamoto ของ Bitcoin ระบุว่า "เชนที่ยาวที่สุดคือเชนที่ถูกต้อง" ทุกคนในเครือข่ายก็ต้องเดินตามเชนปลอมนั้นต่อไป

การโจมตีแบบ 51% ทำได้ยากมากในบล็อกเชนขนาดใหญ่อย่าง Bitcoin แต่ถ้าบล็อกเชนเคยเกิดการแยกสายและกลุ่มนักขุดมีขนาดเล็กลง เช่นกรณีของ Bitcoin Gold การโจมตีแบบ 51% ก็เป็นไปได้จริง

ในปี 2018 การโจมตีแบบ 51% เพื่อใช้จ่ายซ้ำเกิดขึ้นสำเร็จบนบล็อกเชน Bitcoin Gold และ Ethereum Classic ทำให้เงินหลายล้านดอลลาร์ถูกขโมยไป

Proof of Work กับ Proof of Stake

ในเดือนมกราคม 2019 การโจมตีแบบ 51% บนบล็อกเชนใหม่อย่าง Ethereum Classic กลายเป็นแรงผลักให้ Ethereum เปลี่ยนทิศทางจากการขุดแบบ Proof of Work (PoW) ไปสู่การโหวตแบบ Proof of Stake (PoS)

ในทางกลับกัน Proof of Stake ก็เสี่ยงต่อการแตกแยกหรือการแยกสายที่เรียกว่า "fork" มากกว่า เพราะผู้ถือเหรียญรายใหญ่อาจตัดสินขัดแย้งกันว่าธุรกรรมไหนควรอยู่ในบล็อก จนเกิดเหรียญใหม่ขึ้นมาอีกตัว Ethereum เคยลองกลไกตรวจสอบแบบนี้อยู่ช่วงสั้น ๆ ก่อนจะกลับไปใช้ Proof of Work เพราะกังวลเรื่องการฟอร์ก และในปี 2020 ก็มีแผนเปิดตัวกลไกตรวจสอบแบบ Proof of Stake ที่ออกแบบใหม่

การใช้จ่ายซ้ำ (Double Spending)

มีความเป็นไปได้ที่ผู้ใช้คนหนึ่งซึ่งถือบิตคอยน์อยู่ 1 เหรียญ จะใช้มันสองครั้งเพื่อโกงเอาสินค้ามูลค่าเท่ากับ 2 บิตคอยน์ ก่อนที่ผู้ให้บริการหรือผู้ขายรายใดรายหนึ่งจะรู้ตัวว่าเงินก้อนนั้นถูกใช้ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม นี่เป็นปัญหาของระบบเงินอิเล็กทรอนิกส์ทุกแบบ และเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ระบบเงินตราแบบดั้งเดิมต้องมีขั้นตอนเคลียริงและชำระบัญชี

ความเสี่ยงบล็อกเชน 51% attack proof of stake double spending บล็อกเชนสาธารณะ