Hashing คือวิธีการสร้างข้อมูลเข้ารหัสด้วยอัลกอริทึมแฮช การแฮชเชิงวิทยาการเข้ารหัส (cryptographic hashing) ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับคริปโตเคอร์เรนซีทั้งหมด เป้าหมายของวิธีนี้ ซึ่งหลายคนเรียกกันว่าวิธีเข้ารหัส คือการยกระดับความปลอดภัยให้สูงที่สุด ในแง่นี้แฮชเชิงวิทยาการเข้ารหัสจึงเปรียบได้กับลายเซ็นดิจิทัล แฮชยังมีความสำคัญต่อการขุด (mining) กล่าวคือมันมีบทบาทหลักในการสร้างแอดเดรสใหม่ นักขุดใช้ตัวเลขที่ซับซ้อนและการแฮชเพื่อแก้โจทย์ของบล็อก โจทย์เหล่านี้แก้ด้วยกระดาษ ปากกา หรือเครื่องคิดเลขไม่ได้ ต้องอาศัยเครื่องที่ผลิตขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
อัลกอริทึมแฮชที่ใช้ถูกออกแบบให้บรรจุบทสรุปของแฮชก่อนหน้าไว้ในตัวเอง ด้วยวิธีนี้แฮชก่อนหน้ากับแฮชถัดไปจึงถูกร้อยต่อกันเป็นสายโซ่ และนั่นคือที่มาของแนวคิดบล็อกเชน โดยทั่วไประบบแฮชเชิงวิทยาการเข้ารหัสจะใช้อัลกอริทึม SHA-256 หรือที่รู้จักในชื่อ "Secure Hash Algorithm" ซึ่งให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นค่าย่อขนาด 32 ไบต์ ผลลัพธ์ที่ได้ครอบคลุมข้อมูลที่ตามมาได้ แต่การย้อนกลับไปหาข้อมูลต้นทางนั้นซับซ้อนอย่างยิ่ง พูดอีกอย่างคือระบบนี้ตั้งอยู่บนกลไกทางเดียว และความปลอดภัยของระบบก็มาจากจุดนี้ เพราะการถอดข้อมูลย้อนกลับทำได้ยาก มันจึงถูกนำไปใช้กับรหัสผ่าน การยืนยันตัวตน และลายเซ็นดิจิทัลได้อย่างสะดวก
วิธีการแฮชที่ถูกใช้ในหลากหลายวงการ กลายเป็นระบบที่ทั้งใช้งานได้จริงและปลอดภัยเมื่อผสานเข้ากับวิทยาการเข้ารหัส พัฒนาการนี้นำไปสู่การเกิดขึ้นของระบบและนวัตกรรมใหม่ ๆ และผลักเทคโนโลยีไปสู่อีกมิติหนึ่ง ในบริบทนี้จึงกล่าวได้ว่าอัลกอริทึมแฮชเชิงวิทยาการเข้ารหัส ซึ่งเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ของบล็อกเชน มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญต่อโลกคริปโตเคอร์เรนซี
