ปัญหาการขยายขนาด (scalability) ของบล็อกเชนหมายถึงการที่ความสามารถในการรองรับธุรกรรมของบล็อกเชนลดลง เมื่อจำนวนผู้ใช้ที่เข้ามาในเครือข่ายเพิ่มขึ้น เมื่อความสามารถในการรองรับธุรกรรมลดลง ผลที่ตามมาคือความเร็วของธุรกรรมช้าลงและต้นทุนต่อธุรกรรมสูงขึ้น Layer solution จึงหมายถึงชุดของการปรับปรุงเครือข่าย เพื่อแก้ปัญหาการขยายขนาดและเพิ่มความสามารถในการรองรับธุรกรรมของบล็อกเชน
Layer 1 กับ Layer 2 คืออะไร?
Layer 1 หมายถึงตัวบล็อกเชนพื้นฐานเอง เหรียญระดับ Layer 1 คือเหรียญหลักของบล็อกเชนนั้น ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานบนบล็อกเชนดังกล่าว เหรียญ Layer 1 ตัวแรกที่ถูกพัฒนาขึ้นและยังได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบันคือ Bitcoin
ส่วน Layer 2 หมายถึงโปรโตคอลและเครือข่ายที่รันอยู่บนบล็อกเชนอื่นอีกที เหรียญ Layer 2 จึงทำงานอยู่บนบล็อกเชนที่มีอยู่แล้ว
Layer 1 Solution คืออะไร?
Layer 1 solution คือการปรับปรุงเพื่อแก้ปัญหาการขยายขนาดในบล็อกเชนและทำให้ระบบรองรับการเติบโตได้ดีขึ้น เป้าหมายของมันคือให้ธุรกรรมบนบล็อกเชนทำงานได้เร็วขึ้นและต้นทุนถูกลง
วิธีที่นิยมใช้กันมากที่สุดในการปรับปรุงบล็อกเชนด้วย Layer 1 solution คือการเปลี่ยนโปรโตคอลคอนเซนซัสและการแบ่งส่วนข้อมูล
การเปลี่ยนโปรโตคอลคอนเซนซัส:
โปรโตคอลคอนเซนซัสคือชุดอัลกอริทึมที่ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของบล็อกในบล็อกเชน การเปลี่ยนโปรโตคอลคอนเซนซัสของบล็อกเชนถือเป็น Layer 1 solution แบบหนึ่งที่ใช้แก้ปัญหาการขยายขนาดของเครือข่าย อย่างการอัปเดต Ethereum 2.0 ที่มีเป้าหมายเปลี่ยนโปรโตคอลคอนเซนซัสของบล็อกเชน Ethereum
Sharding:
Sharding คือการแบ่งพาร์ทิชันฐานข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาการขยายขนาดของบล็อกเชน ในการทำ sharding บล็อกในฐานข้อมูลจะถูกแยกออกเป็นชุดของธุรกรรม แล้วนำชุดที่แบ่งแล้วเหล่านั้นมาจัดเรียงแบบขนาน ทำให้ประมวลผลหลายส่วนในชุดธุรกรรมพร้อมกันได้ ธุรกรรมจึงทำงานได้เร็วกว่าการประมวลผลแบบเรียงต่อกันทีละรายการ และประสิทธิภาพของเครือข่ายก็สูงขึ้น
Layer 2 Solution คืออะไร?
Layer 2 solution คือการแก้ปัญหาการขยายขนาดในเครือข่ายที่รันอยู่บนบล็อกเชนอื่น โดยไม่ต้องไปแก้โครงสร้างหลักของบล็อกเชนนั้นเลย
Layer 2 solution ไม่ได้ส่งผลกับโครงสร้างของบล็อกเชนโดยตรง และเนื่องจากไม่ได้ทำงานบนเมนเน็ตของบล็อกเชน จึงถูกเรียกอีกอย่างว่า off-chain solution
