เมื่อคุณเทรดมาถึงระดับกลาง ๆ คุณจะเริ่มมีความมั่นใจ และน่าจะได้เรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเองมาบ้างแล้ว
นี่คือเคล็ดลับเดย์เทรดที่จะช่วยเร่งเส้นทางของคุณไปสู่ความสม่ำเสมอ
จับคู่อินดิเคเตอร์
แม้ price action จะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของคุณมากกว่าอินดิเคเตอร์ แต่การเอาข้อมูลจากอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่ให้สัญญาณต่างมุมมาใช้ก็เป็นเรื่องที่ดี การวางอินดิเคเตอร์สองตัวบนกราฟจะช่วยให้คุณวางแผนจุดออกได้ อย่างการที่ RSI กับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ให้สัญญาณไปในทางเดียวกัน ก็เป็นตัวอย่างของสัญญาณเทรดที่แข็งแรงจากอินดิเคเตอร์
โดยทั่วไป Relative Strength Index จะบอกว่าสินทรัพย์อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป โดยวัดจากการเปลี่ยนแปลงของราคา คุณควรเตรียมพร้อมที่จะซื้อเมื่อ RSI ชี้ว่าสินทรัพย์ oversold และในทางกลับกันก็เช่นกัน แต่จำไว้ว่าไม่ควรเชื่อ RSI ถ้าสัญญาณของมันสวนทางกับเทรนด์ราคา เช่น ให้มองข้ามสัญญาณโมเมนตัมขาลงในตอนที่เทรนด์ราคาเป็นขาขึ้น
เวลาเลือกว่าจะจับคู่อินดิเคเตอร์ตัวไหน ให้เลือกตัวนำก่อน อินดิเคเตอร์นำ (leading indicator) จะให้สัญญาณว่าเทรนด์กำลังจะไปทางไหนก่อนถึงเวลาลงมือเทรด ส่วนอินดิเคเตอร์ที่ยืนยันทิศทางที่คุณเลือกคืออินดิเคเตอร์ตาม (lagging indicator) ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวที่สอง ยืนยันสัญญาณแรกเพื่อให้คุณเข้าไม้ได้ และต้องจับคู่อินดิเคเตอร์คนละประเภทกันด้วย เพราะอินดิเคเตอร์ประเภทเดียวกันจะให้ข้อมูลซ้ำกัน
จงอดทนกับมุมมองของตัวเองเสมอ ให้เวลากับมันขณะที่คุณวิเคราะห์ว่ามันส่งผลอย่างไรกับตลาดที่คุณเทรดอยู่ เมื่อพูดถึงอินดิเคเตอร์ หนึ่งในเคล็ดลับเดย์เทรดที่สำคัญที่สุดคือ อินดิเคเตอร์แต่ละตัวทำงานได้ผลต่างกันในตลาดที่ต่างกัน
ทางเลือกที่ดีที่สุดในการซื้อออปชัน
ออปชันขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิง ในฐานะเทรดเดอร์ระดับกลาง คุณต้องเข้าใจวิธีใช้สิทธิ์ในออปชันและดึงประโยชน์จากมันให้ได้มากที่สุด ออปชันถูกใช้เป็นหลักโดยกองทุนเฮดจ์ฟันด์ เพราะมันจำกัดความเสี่ยงของเงินลงทุนได้ เหมือนกรมธรรม์ประกันภัยของเทรดเดอร์ที่ปกป้องคุณจากการเคลื่อนไหวของราคาที่ไม่คาดคิดและอาจสวนทางกับที่คุณคาดการณ์ไว้ ราคาใช้สิทธิ์ช่วยให้คุณควบคุมหุ้นได้ตลอดช่วงที่ยังอยู่ในสัญญาออปชัน
เวลาตัดสินใจว่าจะซื้อหรือขาย คุณควรพิจารณาเทรดหุ้นที่ได้รับความนิยมสูง เพราะมันมี price action ที่มากกว่า ซึ่งแปลว่ามีโอกาสทำกำไรสูงกว่าถ้าเทรดถูกทาง หรือจะเลือกออปชันที่ราคาแพงก็ได้ คุณมั่นใจได้ว่าจะมีรายได้เข้ามาบ้าง เพราะราคาขยับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
รู้จุดอ่อนของตัวเอง
การเทรดระดับกลางแปลว่าคุณเริ่มมองเห็นจุดอ่อนบางอย่างในการเทรดของตัวเองแล้ว หนึ่งในเคล็ดลับเดย์เทรดคือการวางแผนรับมือกับจุดอ่อนเหล่านั้น ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดของเทรดเดอร์คือการยอมรับการขาดทุนในจังหวะที่ควรจะยอมไม่ได้ มัวแต่รอให้ตลาดเปลี่ยนพฤติกรรมขณะที่การขาดทุนบานปลายขึ้นเรื่อย ๆ วิธีจำกัดจุดอ่อนนี้คือใช้ฟังก์ชัน stop loss ไม้ที่ขาดทุนย่อมเกิดขึ้นแน่นอน มันเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพนี้ และ stop loss คือสิ่งที่ปกป้องเทรดเดอร์ในจังหวะแบบนั้น
เหมือนธุรกิจอื่น ๆ การเทรดมีทั้งวันที่ดีและวันที่แย่ การตั้ง stop loss รายวันจึงช่วยปกป้องคุณจากการขาดทุนซ้ำซากในวันที่แย่ โดยลิมิตขาดทุนรายวันควรอิงกับจำนวนที่คุณทำได้ในวันที่ดีหรือวันที่ทำกำไร
จุดอ่อนอีกข้อที่พบบ่อยคือการเดย์เทรดนานเกินไป บางครั้งเทรดเดอร์ทำกำไรได้แล้วเหมาเอาว่าเทรนด์จะไปทางนั้นต่อ พอถึงปลายวันก็เสียทุกอย่างที่หามาได้คืนไปหมด สิ่งที่ต้องมีคือแผนการเทรดที่ดีและวินัยในการทำตาม แผนนั้นควรระบุชั่วโมงที่จะเทรดและวิธีรับมือกับสถานการณ์ที่ต้องยอมรับการขาดทุนด้วย
เพื่อนเทรดเดอร์คือสินทรัพย์
การอยู่ท่ามกลางเทรดเดอร์ที่คิดคล้ายกันทำให้คุณได้มุมมองใหม่และคำแนะนำที่มีค่าเรื่องเดย์เทรด เข้าร่วมกลุ่มสังคมทั้งแบบเจอตัวจริงหรือออนไลน์ที่สนใจเรื่องเดียวกับคุณ เพราะการเทรดอยู่ในฟองสบู่ของตัวเองโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในตลาดนั้นอันตรายมาก
เตรียมพร้อมที่จะศึกษาทุกด้านที่คุณรู้สึกว่ายังไม่ชัดเจน นี่คือหนึ่งในทางที่ทำให้เดย์เทรดเดอร์คนหนึ่งไปได้ดีในอาชีพนี้
สุดท้ายแล้ว การใช้เคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยปกป้องคุณจากความผิดพลาดราคาแพงที่เทรดเดอร์ระดับกลางส่วนใหญ่เจอกันในเส้นทางอาชีพ คุณอาจทำพลาดจนเดินเข้าทางตันได้ และเคล็ดลับเดย์เทรดที่มีประโยชน์ที่สุดคือ การยอมรับความผิดพลาดและแก้ไขมันทันทีที่เกิดขึ้น คือทางสู่ความสำเร็จที่แน่นอนที่สุด
