NFT ดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ มันมีการใช้งานที่น่าตื่นเต้นและพลิกโฉมทั้งวงการศิลปะและอีกหลายอุตสาหกรรม บางชิ้นยังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามเวลาด้วย แต่น่าเสียดายที่โลก NFT ที่เติบโตเร็วขนาดนี้ก็ดึงดูดคนไม่หวังดีเข้ามาด้วยเช่นกัน
แม้สแกมจะไม่ได้เกิดเฉพาะในวงการ NFT แต่จำนวนการหลอกลวงที่พุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้และนักลงทุน โดยเฉพาะมือใหม่ ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เส้นทางของคุณในโลก NFT ปลอดภัย คุณจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีป้องกันตัวเองจากสแกมยอดฮิตอย่าง rug pull บทความนี้จะบอกว่าคุณควรสังเกตอะไรบ้างเพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อ
Rug Pull คืออะไร?
Rug Pull หมายถึงการที่ทีมของอัลต์คอยน์หรือ NFT หายตัวไปพร้อมเงินที่ระดมมาจากนักลงทุน พูดอีกอย่างคือคนหรือกลุ่มคนเบื้องหลังโปรเจกต์ NFT ไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้หลังจากเก็บเงินจากนักลงทุนไปแล้ว ผู้ก่อตั้งมักเปิดตัวคอลเลกชัน NFT เล็ก ๆ ก่อน เพื่อดึงนักลงทุนไปสู่โปรเจกต์ที่ใหญ่กว่าด้วยข้อเสนอจูงใจ เช่น สิทธิ์เข้าอีเวนต์พิเศษ เกมบนบล็อกเชน หรือของพิเศษเฉพาะกลุ่ม
นอกจากนี้ ผู้สร้าง NFT จำนวนมากยังจ่ายเงินให้อินฟลูเอนเซอร์โปรโมตคอลเลกชัน หรือแจกของรางวัลราคาแพงเพื่อสร้างกระแสให้โปรเจกต์ของตัวเอง
เคส rug pull ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็มีกรณีที่ค่อยเป็นค่อยไป โปรเจกต์แทบไม่มีอัปเดต การพัฒนาน้อยหรือไม่มีเลย แล้วก็ถูกทิ้งร้างไปเงียบ ๆ และมักพบว่า rug pull ทำโดยบุคคลหรือกลุ่มที่ไม่เปิดเผยตัวตน เพราะหายตัวแบบไร้ร่องรอยได้ง่ายกว่า
ป้องกันตัวเองจาก Rug Pull อย่างไร?
ศึกษาคอมมูนิตี้และทีมงาน
วิธีที่ดีที่สุดในการเลี่ยง rug pull คือทำการบ้านให้ละเอียดก่อนลงเงิน การตรวจสอบโปรเจกต์ NFT อย่างจริงจังหมายถึงการทำความรู้จักคอมมูนิตี้และค้นข้อมูลทีมงานให้ครบ คุณเข้าไปดูช่องทางโซเชียลอย่าง Twitter, Discord และ Telegram ได้ เพื่อให้เห็นภาพกระบวนการพัฒนาของโปรเจกต์ชัดขึ้น
- พวกเขาทำตามสัญญาที่ให้ไว้ไหม?
- เว็บไซต์ดูเป็นมืออาชีพหรือเปล่า?
คุณควรหาข้อมูลโปรเจกต์จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และพยายามประเมินว่าทีมงานเป็นมืออาชีพและไว้ใจได้แค่ไหน โปรเจกต์ของจริงที่ให้คุณค่าระยะยาวมักมีประวัติผลงานที่ดีและมีชื่อหรือบริษัทที่คนรู้จักหนุนหลัง คอมมูนิตี้ที่ใหญ่และคึกคักก็เป็นสัญญาณที่ดี แต่ต้องเช็กด้วยว่าคอมมูนิตี้นั้นไม่ได้ถูกปั้นขึ้นจากบัญชีปลอมและโปรแกรมอัตโนมัติ
อ่านโรดแมปให้ละเอียด
โรดแมปของ NFT คือเอกสารที่ระบุเป้าหมายและกลยุทธ์ของโปรเจกต์ในการสร้างคุณค่าระยะยาว โดยทั่วไปมันจะมี:
- หมุดหมายสำคัญของโปรเจกต์
- เป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว
- แผนการตลาดและการเติบโต
ถ้าโรดแมปดูดีเกินจริงหรือไม่สมเหตุสมผล นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าโปรเจกต์นี้ควรถูกตั้งคำถาม สแกม rug pull มักสร้างโรดแมปที่ทะเยอทะยานเพื่อปลุกกระแสในคอมมูนิตี้ แต่สุดท้ายก็ไม่ทำตามสัญญา
ไม่ใช่แค่ว่าโปรเจกต์ไม่ตั้งใจทำตามเป้าหมายที่ประกาศไว้ แต่เป้าหมายเหล่านั้นเองก็ยากจะทำให้สำเร็จตั้งแต่แรก
การเลือกโปรเจกต์ที่มีโรดแมปเป้าหมายสมจริงและกลยุทธ์ที่ขยายผลได้จริงจะปลอดภัยกว่ามาก ที่จริงแล้วการหันไปหาโปรเจกต์ NFT ที่มีชื่อเสียงและเคยส่งมอบผลงานที่น่าประทับใจมาแล้วก็เป็นการตัดสินใจที่ดีกว่า
แต่อย่าลืมว่าทุกโปรเจกต์ล้มเหลวได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก เหมือนตลาดอื่น ๆ NFT มีความเสี่ยงเสมอ คุณจึงต้องชั่งความเสี่ยงให้ดีและอย่าลงเงินมากกว่าที่ตัวเองเสียได้
ดูสภาพคล่อง
โปรเจกต์ NFT ที่สภาพคล่องต่ำหมายความว่าคุณอาจแปลงโทเคนเป็นเงินสดหรือสินทรัพย์อื่นได้ยาก วอลุ่มการซื้อขายคือตัวเลขที่ใช้ประเมินสภาพคล่องของโปรเจกต์ได้ วอลุ่มสูงบ่งบอกว่ามีคนซื้อขายคอลเลกชันนั้นจำนวนมาก ส่วนโปรเจกต์ NFT ที่วอลุ่มต่ำ สภาพคล่องน้อย และมีคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ที่ตื่นเต้นเกินเหตุ อาจเป็นสัญญาณของ rug pull ที่กำลังจะเกิดขึ้น
บทสรุป
เมื่อโปรเจกต์ NFT ใหม่ผุดขึ้นทุกวัน การระวังสแกมยอดนิยมอย่าง rug pull จึงเป็นเรื่องจำเป็น การเข้าใจว่าสแกมพวกนี้ทำงานอย่างไรคือก้าวแรกของการหลบมันให้พ้น NFT จะมีความเสี่ยงติดตัวเสมอ แต่การฝึกมองสัญญาณอันตรายให้ออกจะช่วยลดความเสี่ยงของคุณลงได้มาก และรักษาทั้งเงินและ NFT ของคุณให้ปลอดภัย
