Web 3.0 คือภาพของอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ที่กระจายศูนย์และตั้งอยู่บนเทคโนโลยีบล็อกเชน เมื่อผู้ใช้ให้ความสนใจกับเรื่องนี้มากขึ้น โปรเจกต์ที่สอดคล้องกับเทคโนโลยี Web 3.0 ก็ถูกพัฒนาออกมาอย่างต่อเนื่อง
แนวคิดของมันคือการเชื่อมต่อกันแบบกระจายศูนย์โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง ใน Web 3.0 ความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้ถูกวางไว้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด มันคือระบบอินเทอร์เน็ตที่ข้อมูลส่วนตัวไม่ถูกนำไปแชร์ และไม่มีองค์กรกลางไหนหากินกับข้อมูลนั้น
Web 3.0 เป็นเทคโนโลยีแบบกระจายศูนย์ จุดนี้เองที่ทำให้มันมาบรรจบกับเทคโนโลยีบล็อกเชน การใช้แอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ใน Web 3.0 ประกอบกับการมีโปรเจกต์กระจายศูนย์บนบล็อกเชนที่สอดคล้องกับเทคโนโลยี Web 3.0 ทำให้สองเทคโนโลยีนี้ทำงานเสริมกัน
ตัวอย่างเหรียญ Web 3.0
Ankr (ANKR)
Ankr ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานที่เปิดให้แชร์ทรัพยากรของระบบร่วมกัน เพื่อให้การติดตั้งและโฮสต์บล็อกเชนทำได้ง่ายและราคาไม่แพง บริษัทเจ้าของโปรเจกต์ระบุว่าให้บริการแก่องค์กร นักพัฒนาซอฟต์แวร์ และอาสาสมัครในวงการบล็อกเชน ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่าบริการโฮสติงทั่วไปมาก
Audius (AUDIO)
Audius คือแพลตฟอร์มสตรีมเพลงแบบกระจายศูนย์ที่เชื่อมแฟนเพลงเข้ากับศิลปิน เพลงและเพลย์ลิสต์ที่มียอดฟังสูงสุดบนแพลตฟอร์มจะได้รับรางวัลเป็น AUDIO ซึ่งเป็นเหรียญประจำแพลตฟอร์ม
Basic Attention Token (BAT)
Basic Attention Token (BAT) คือสินทรัพย์ดิจิทัลของแพลตฟอร์มโฆษณาดิจิทัลบนบล็อกเชน เมื่อใช้ร่วมกับเบราว์เซอร์ Brave มันเปิดทางให้ผู้ลงโฆษณาเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นและมีปฏิสัมพันธ์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ให้ผู้ใช้มีโอกาสสร้างรายได้จากโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของตัวเอง โดยไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว
Polkadot (DOT)
Polkadot คือโปรโตคอลเครือข่ายสำหรับเว็บยุคถัดไปที่ขยายขนาดได้ ทำงานร่วมกับระบบอื่นได้ และปลอดภัย โดยมี Web3 Foundation ที่ตั้งอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์เป็นผู้สนับสนุน เครือข่าย Polkadot เชื่อมบล็อกเชนต่าง ๆ เข้าหากัน ทำให้โอนย้ายข้อมูลข้ามเชนได้ ด้วยวิธีนี้ แอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์จึงดึงข้อมูลจากบล็อกเชนแบบเปิด กึ่งเปิด หรือแบบส่วนตัวที่ทำงานแยกจากกันได้
Fetch.ai (FET)
Fetch.ai (FET) คือโปรเจกต์ที่เน้นด้านปัญญาประดิษฐ์สำหรับบล็อกเชน เป็นเครือข่าย machine learning แบบกระจายศูนย์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ และมอบโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ เป้าหมายของมันคือยกระดับ machine learning ด้วยการเชื่อมเทคโนโลยี AI อย่าง Internet of Things ที่ให้อุปกรณ์สื่อสารกันเองได้ เข้ากับอัลกอริทึมบนบล็อกเชน
Filecoin (FIL)
Filecoin (FIL) คือระบบจัดเก็บไฟล์แบบกระจายศูนย์ที่ใช้โปรโตคอล IPFS (InterPlanetary File System) ซึ่งทำให้ข้อมูลเข้าถึงได้จากหลายจุดพร้อมกัน ทางบริษัทระบุว่าโปรเจกต์นี้มอบทางเลือกในการจัดเก็บข้อมูลที่ต้นทุนต่ำและเชื่อถือได้ ด้วยการใช้พื้นที่จัดเก็บว่างของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ในเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
Golem (GLM)
เครือข่าย Golem ที่มีสถาปัตยกรรมล้ำสมัย เปิดทางให้นักพัฒนาสร้างโปรเจกต์ที่แปลกใหม่กว่าเดิม ผู้ใช้สามารถแบ่งปันกำลังประมวลผลที่เหลือใช้ให้กับคนที่ต้องการ และผู้ที่แบ่งปันจะได้รับ GLM เป็นค่าตอบแทน เครือข่าย Golem ถูกสร้างขึ้นบน layer 2 ของ Ethereum
The Graph (GRT)
The Graph (GRT) คือโปรโตคอลสำหรับทำดัชนีข้อมูลเพื่อใช้ค้นหาข้อมูลบน Ethereum และเครือข่ายที่คล้ายกัน มันให้บริการข้อมูลผ่าน API แก่ระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) และแอปพลิเคชันในระบบนิเวศ web3 ใครก็ตามที่ต้องการให้ข้อมูลเปิดเป็นสาธารณะสามารถสร้างและเผยแพร่ API แบบเปิดที่เรียกว่า Subgraph ได้ ปัจจุบันโปรโตคอล The Graph ทำดัชนีข้อมูลบนบล็อกเชน Ethereum และระบบจัดเก็บไฟล์แบบกระจายอย่าง IPFS ได้
Chainlink (LINK)
Chainlink ถูกพัฒนาขึ้นเป็นเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญแบบกระจายศูนย์ ที่ทำหน้าที่ป้อนข้อมูลจากภายนอกเข้าสู่สัญญาอัจฉริยะ ทำให้ข้อมูลที่ไม่ได้อยู่บนบล็อกเชนถูกเชื่อมโยงกับสัญญาอัจฉริยะได้อย่างปลอดภัยและตรวจสอบได้ Chainlink จึงเป็นตัวเชื่อมที่น่าเชื่อถือและกระจายศูนย์ระหว่าง API กับสัญญาอัจฉริยะ
Storj (STORJ)
Storj คือระบบจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์แบบโอเพนซอร์สที่ขับเคลื่อนด้วยบล็อกเชน มันทำให้เก็บข้อมูลได้อย่างปลอดภัยและคุ้มค่าบนเครือข่ายแบบกระจายศูนย์ ในเครือข่ายคลาวด์ของ Storj ไฟล์จะไม่ถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์กลาง แต่จะถูกหั่นเป็นชิ้น เข้ารหัส แล้วกระจายไปทั่วเครือข่ายจัดเก็บข้อมูลระดับโลก
