มีศัพท์บางคำที่ทุกคนที่ก้าวเข้าสู่ตลาดคริปโตได้ยินตั้งแต่วันแรก แต่ก็สับสนกับมันตลอดมา และสองคำที่คนสงสัยมากที่สุดคือ "สถานะ long และ short" คำสองคำนี้สะท้อนว่าคุณมองว่ามูลค่าของเหรียญจะขึ้นหรือจะลง พูดสั้น ๆ คือถ้าคุณคิดว่าราคาจะขึ้น เรียกว่าเปิดสถานะ long แต่ถ้าคิดว่าราคาจะลง เรียกว่าเปิดสถานะ short ด้วยเหตุนี้ คำว่าสถานะ long จึงใช้กับการซื้อ ส่วนสถานะ short ใช้กับการขาย
สถานะ Long
ขออธิบายสถานะ long ด้วยตัวอย่างที่ง่ายกว่านี้ สมมติว่าคุณคิดว่าราคาทองคำจะขึ้น และคุณอยากใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ให้มากขึ้น ทองคำหนึ่งแท่งราคา 1,000 ดอลลาร์ สมมติว่าคุณมีเงินลงทุนอยู่ 1,000 ดอลลาร์พอดี แต่คุณอยากซื้อทองสามแท่งแทนที่จะเป็นแท่งเดียว เพราะคุณคิดว่าทองจะมีมูลค่าสูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ตอนซื้อทอง คุณจึงใช้เงิน 1,000 ดอลลาร์ซื้อทองสามแท่ง แม้จริง ๆ คุณจะไม่ได้มีทองสามแท่งอยู่ในมือ แต่คุณกำลังทำสัญญาว่าคุณมีทองสามแท่ง ถ้าทองขึ้นในภายหลัง คุณก็ชำระหนี้และเก็บกำไรไป แต่ถ้าราคาลง คุณไม่เพียงไม่ได้กำไร แต่อาจเสียเงินทั้งหมดไปด้วย
ด้วยเหตุนี้ ในการลงทุนที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญแบบนี้ คุณจำเป็นต้องอ่านกราฟให้เก่งจริง ๆ อันที่จริงเราแนะนำให้คุณติดตามตลาดทั้งภาพอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่แค่อ่านกราฟอย่างเดียว นอกจากนี้ ในบางกรณี ต่อให้คุณทำทุกอย่างครบแล้ว ตลาดคริปโตก็ยังมีโครงสร้างที่ผันผวน แค่คำพูดของคนสำคัญคนหนึ่งในแวดวงการเมืองหรือเศรษฐกิจ ก็พลิกทุกอย่างกลับด้านได้
สถานะ Short
ส่วนสถานะ short คือการขายตอนที่ราคายังสูงอยู่ โดยตั้งสมมติฐานว่าสินทรัพย์ที่คุณลงทุนจะราคาตก ถ้าย้อนไปที่ตัวอย่างเดิม สมมติว่าคุณมีทองอยู่หนึ่งแท่งและคุณคิดว่าทองจะลง คุณจึงขายทองแท่งนั้นออกไปตอนที่ราคายังสูง แล้วค่อยซื้อทองกลับคืนมาเมื่อราคาทองร่วงลง สุดท้ายคุณก็ได้ทั้งทองหนึ่งแท่งและกำไรไปพร้อมกัน
ตัวอย่างที่ยกมาในบทความนี้เป็นเพียงภาพประกอบให้เข้าใจง่ายเท่านั้น จึงไม่เกี่ยวข้องกับสภาพตลาดจริงแต่อย่างใด ถ้าคุณอยากทำกำไรจากฝั่ง long หรือ short บนกระดานเทรดคริปโต คุณควรประเมินด้วยข้อมูลจากการค้นคว้าของตัวเองเสมอ HafizeBot วิเคราะห์เหรียญทั้งหมดที่เทรดได้บน Binance Futures ให้คุณ โดยประมวลผลอินดิเคเตอร์กว่า 240 รายการและสร้างสัญญาณจากปัญญาประดิษฐ์ให้คุณนำไปเทรด อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้เทรดอัตโนมัติตามสัญญาณ AI เหล่านั้นได้ด้วย คุณลองใช้บัญชีทดลองได้ฟรีตั้งแต่ตอนนี้
